ตำแหน่งถนัด


ตอนหัดเตะฟุตบอลใหม่ๆสมัยเรียนประถม ผมเริ่มจากตำแหน่งปีกขวาครับ
เป็นตำแหน่งที่เลือกแบบกึ่งถูกบังคับ จำได้ว่าตอนนั้นอยากเล่นกองหน้ามากกว่า เพราะรู้สึกว่าเท่กว่าตำแหน่งอื่นๆ
ก็แหงสิครับ เวลายิงประตูได้ ใครๆก็วิ่งมาห้อมล้อมดีใจ

แต่ด้วยสัญชาตญาณการยิงไม่ได้เด่นกว่าเพื่อน และตัวก็ไม่สูงโด่งพอที่เล่นลูกโหม่งได้เปรียบ
ตำแหน่งนี้ครูจึงมอบให้เพื่อนตัวโต
ส่วนผมได้เล่นปีก เพราะครูเข้าใจว่าวิ่งเร็ว
“ไหนๆก็ลงแข่งวิ่งอยู่แล้ว เล่นปีกเหมาะที่สุด”
แล้วครูก็รู้ว่าตัวเองคิดผิด เพราะนอกจากผมไม่ได้วิ่งเร็วแล้ว ยังชอบอู้ไม่ค่อยลงมาช่วยกองหลังด้วย
‘ใจจริง’ ก็อยากช่วยครับ แต่ ‘แรงจริง’ มีไม่พอ ขืนลงมาขากลับขึ้นไปต้องเรียกมอเตอร์ไซด์แน่ๆ

ฟุตบอลสมัยประถม จะกระจุกตัวอยู่เป็นหย่อมๆ นั่นยิ่งทำให้ผมแทบไม่ได้เล่นฟุตบอลเลย
วิ่งเก้อไปหลายครั้ง จนเกิดอาการอยากเปลี่ยนตำแหน่งเล่น
พอเรียนมัธยมก็สมใจอยาก แทบทุกครั้งที่ลงสนาม จะได้ทำหน้าที่กองกลางเป็นส่วนใหญ่
คราวนี้แหละครับ ได้ซาบซึ้งว่า เวลามีฟุตบอลอยู่กับเท้าเยอะๆ ต้องทำอย่างไรบ้าง

กองกลางไม่ได้วิ่งน้อยกว่าปีกเลย แถมยังต้องมองหาเพื่อนแบบ 360 องศา ต่างจากปีกที่มองเพียงครึ่งเดียว เพราะอีกด้านเป็นเส้นขอบสนาม
“เล่นตำแหน่งนี้เหนื่อยกว่าที่คิดไว้อีกแหะ”
แม้จะสนุกแต่ผมกลับรู้สึกว่า ‘มันไม่ใช่’

“แล้วจะเหลือตำแหน่งอะไรให้เล่นว่ะเนี่ย?”
ชักสงสัยในความมากเรื่องของตัวเอง

ผมตามหาคำว่า ‘ใช่’ ด้วยการลองเล่นตำแหน่งอื่นๆ
ทั้งกองหน้า แบ็ก เซ็นเตอร์ฮาฟ (กองหลังตัวกลาง) ยกเว้นผู้รักษาประตู
ใช้เวลาหลายปี พอเข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็ได้ตำแหน่งที่ต้องการ นั่นคือเซ็นเตอร์แบ็ก
ด้านหลังเป็นผู้รักษาประตู ด้านหน้าเป็นกองกลาง ขนาบข้างด้วยแบ็กซ้ายแบ็กขวา ฮวงจุ้ยดีมากๆครับ

‘ตำแหน่งยืน’ ในสนามฟุตบอล ก็เหมือน ‘ตำแหน่งงาน’ ในบริษัทครับ
หากบริษัทจัดคน ให้ลงในตำแหน่งที่ถนัด ก็จะโชว์ความสามารถได้เต็มที่ ปล่อยของได้เต็มเหนี่ยว

ในมุมของพนักงาน
แม้ส่วนใหญ่ จะเลือกใช้สูตรสำเร็จ จบคณะอะไรก็ทำงานด้านนั้น
แต่ก็มีหลายคนที่พิสูจน์ให้เห็นว่า จบด้านนี้ไปทำงานด้านโน้น ประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย
…จบกฎหมาย แต่เป็นนักร้องดัง
…จบหมอ แต่มาเป็นพระเอกละคร
หรือแม้แต่ ไม่ต้องเรียนจบในระบบมหาวิทยาลัย ก็ประสบความสำเร็จ กลายเป็นเศรษฐีระดับโลกได้
คนกลุ่มนี้กล้าลองเล่นตำแหน่งใหม่ๆ จนเจอตำแหน่งที่ใช่ ของตัวเอง

ในมุมของบริษัท
ก็ต้องหาวิธี เลือกคนให้ถูก ปั้นคนให้เป็น และใช้งานในตำแหน่งที่ใช่
…บางคนจบบัญชี แต่อาจเอาดีด้านการตลาด
…บางคนจบนิติศาสตร์ แต่อาจถนัดเรื่องการวางแผน
เดี๋ยวนี้หลายบริษัท จึงออกแบบวิธีการทำงานให้พนักงานได้ลองโรเตชั่น เพื่อค้นหาตำแหน่งถนัดของตนเอง
จากฝ่ายผลิต ลองมาทำงานที่ฝ่ายขาย
จากฝ่ายวิจัย มาลองทำจัดซื้อ

แม้การหมุนตำแหน่งงาน ไม่ได้ทำให้พนักงานทุกคนเจอตำแหน่งใหม่ที่ถนัดกว่า
แต่อย่างน้อย การได้เรียนรู้งานฝ่ายอื่น เวลากลับมาทำหน้าที่เดิมจะทำได้ดีกว่าครั้งก่อน

กองกลางที่เคยเล่นกองหน้า จะรู้ว่าต้องจ่ายบอลแบบไหน เพื่อนจึงจะยิงประตูได้ง่าย
ฝ่ายผลิตที่เคยยืนขายสินค้า จะรู้ว่าลูกค้าไม่ชอบอะไร ตอนใส่น็อตหมุนเกลียวจะพิถีพิถันกว่าเดิม

ข้อดีของการได้ลองทำงานในฝ่ายอื่น ทำให้บางธุรกิจกำหนดท่าบังคับไปเลยว่า ‘พนักงานใหม่ ต้องเริ่มต้นจากการสัมผัสลูกค้าก่อน’ อย่างเช่นธนาคาร ก็ต้องเริ่มงานจากเคาท์เตอร์ที่สาขา ส่วนบรรดาร้านค้าปลีก เมื่อมีพนักงานใหม่ก็ให้ไปลองขายของที่ร้าน ลองจัดสินค้าขึ้นชั้น ก่อนจะกลับมานั่งทำงานในออฟฟิศ

เห็นแบบนี้แล้ว อยากลองเล่นตำแหน่งใหม่ๆไหมครับ เผื่อจะรุ่งกว่าเดิม
แต่ต้องเลือกตำแหน่งให้ถูกด้วยนะ ไม่ใช่เดินไปหาหัวหน้าแล้วบอกว่า “นายครับ เรามาสลับตำแหน่งกันหน่อยดีมั๊ย?”
อันนี้ตัวใครตัวมันครับ!

ขอขอบคุณ ภาพจาก mirrorfootball.co.uk

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s