ตัวตายตัวแทน

วันหยุดยาวที่ผ่านมา ผมมีโอกาสเดินทางไปไหว้พระที่วัดพนัญเชิง จังหวัดอยุธยาอีกครั้งครับ
วัดแห่งนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่วัด ที่ผมเดินทางไปประจำในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
ออกเดินทางตอนเที่ยงหน่อยๆ ไปถึงวัดก็คล้อยบ่าย แต่ผู้คนยังขวักไขว่เต็มไปหมด ส่วนที่จอดรถก็เป็นไปดังคาด
แน่นครับ! ปลากระป๋องเรียกพี่ยังได้เลย

เห็นแล้วน่าดีใจ ที่คนไทยเข้าวัดกันเยอะขนาดนี้ สำรวจด้วยสายตาแบบเร็วๆ ก็พบว่า ไม่ใช่มีแต่คนแก่ แต่วัยละอ่อนก็เข้าวัดเยอะเหมือนกัน รวมไปถึงเด็กๆก็มีให้เห็นหนาตา หลายกลุ่มมาเป็นครอบครัวใหญ่

เสน่ห์ที่ดึงดูดให้เด็กๆมาเที่ยววัดแห่งนี้ เป็นเพราะมีทำเลติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อไหว้พระเสร็จก็สามารถไปให้อาหารปลาได้ที่แพข้างๆวัด
นี่เป็นไฮไลต์ที่น่าจะถูกใจเด็กๆ

ส่วนผู้ใหญ่หลายท่านโดยเฉพาะคนไทยเชื้อสายจีน ก็นิยมมาเติมบุญที่นี่ ด้วยเพราะเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต (ซำปอกง)
ใครมากราบหลวงพ่อครั้งแรก ต้องทึ่งกับขนาดองค์พระแน่ๆครับ

เนื่องจากพื้นที่จำกัด การเข้าไปกราบหลวงพ่อโต จึงต้องแบ่งเป็นรอบๆ รอบละ 30-40 คน คล้ายดูหนังสามมิติครับ
พิธีการสำคัญจะอยู่ที่การถวายผ้าห่ม ซึ่งมีเจ้าหน้าที่วัดเป็นต้นเสียงในการกล่าวสักการะหลวงพ่อ และช่วยส่งผ้าห่มที่ศิษยานุศิษย์ทุกคนนำไปถวาย ขึ้นไปยังองค์พระ

การส่งผ้าห่มของที่นี่ เข้าขั้นตื่นเต้นทีเดียว
เพราะเป็น ‘ผ้าห่มลอยได้’
ไม่ใช่มายากลหรือไสยศาสตร์หรอกครับ ที่ผ้าลอยได้ เพราะมีคนโยนขึ้นไป

การโยนผ้า จากด้านล่างขึ้นไปบริเวณตักของรูปปั้นองค์พระ ต้องแม่นทั้งน้ำหนักและทิศทาง ไม่อย่างนั้น อาจ ‘เลย’ หรือ ‘ร่วง’ ได้
ทุกครั้งที่โยน ผมเชื่อว่าทุกคนก็แอบลุ้น โดยเฉพาะเจ้าของผ้าผืนนั้น หากว่าพลาด คงตีความไปต่างๆนานา
แต่ว่า…ตลอดยี่สิบกว่าผืนในรอบนั้น ไม่มีความผิดพลาดให้เห็นเลย
เยี่ยมจริงๆครับ

ท่าถนัดของพี่เขา คือมือซ้ายถือถาด มือขวาจับผ้าที่มุม ยืนหันหลังให้องค์พระ แล้วออกแรงเหวี่ยงจากซ้ายไปขวา
ผมคิดเล่นๆว่า หากไปเอาดีด้านกีฬา วงสวิงแบบนี้เทิร์นโปรได้ไม่ยาก

แต่ที่ผมสงสัยแกมเป็นห่วง ก็คือว่า นอกจากพี่คนนี้แล้ว มีใครทำหน้าที่แทนได้บ้าง
เพราะแม้ว่าอายุของพี่เขายังไม่เยอะมาก สามารถทำงานรับใช้ศาสนาไปได้อีกนาน แต่ถ้าวันไหนเกิดป่วยขึ้นมาหล่ะ คนเราก็ต้องมีป่วยกันบ้างจริงไหมครับ
แล้วความสงสัยของผมก็ถูกเฉลย เพราะเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในช่วงที่ผมเข้าไปไหว้ก็มีมือใหม่ได้โอกาสทำงาน
เด็กหนุ่ม พละกำลังดี การโยนไม่ต้องออกแรงมากแต่ก็เข้าเป้าได้เหมือนกัน
การโยนไม่น่าจะเป็นปัญหาครับ แต่เรื่องการนำสวด การพูดจาแกมหยอกล้อ เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศเครียดๆเพราะคนเยอะอาจมีกระทบกระทั่งกัน เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลานานในการซึมซับ
นี่คงเป็นเด็กปั้น ที่ค่อยๆสะสมประสบการณ์

ผมไม่คิดว่า ทางวัดจะมีกฎกติกาตายตัว ว่าต้องปั้นคนใหม่ไว้สานงานต่อคนเก่า แต่นี่เป็นกฎธรรมชาติที่เกิดการเรียนรู้และถ่ายทอด โดยคนที่สนใจ ใฝ่รู้ ก็จะเข้ามาเรียนรู้เอง
กลายเป็นตัวตายตัวแทน ที่พร้อมใช้งานในอนาคต

‘ตัวตายตัวแทน(Successor)’ แบบนี้แหละครับ ที่เป็นจุดบอดของการทำธุรกิจ
ธุรกิจขนาดเล็กหรือกิจการในครอบครัว มีข้อจำกัดเห็นๆ เพราะตัวเลือกมีน้อย ยิ่งเดี๋ยวนี้มีลูกเพียงคนสองคน การสานต่อกิจการจึงไม่ง่าย
ส่วนบริษัทขนาดใหญ่ มีเงินจ่ายค่าตัวแพงๆให้ผู้บริหารเก่งๆ ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหา บางแห่งคนใหม่ไม่เข้าใจสไตล์ขององค์กร เจอแรงต่อต้านจากคนใน

ทางเลือกเดียวของธุรกิจ คือ หากคนในไม่พร้อม ก็ต้องมองหาคนนอกครับ
โดยเลียนแบบการปั้นคนสไตล์ลูกศิษย์วัด ที่ทำงานด้วยความศรัทธา
ดังนั้น การดึงคนนอกไม่ใช่ใช้เงินจ้างอย่างเดียว ควรมีสิ่งอื่นเป็นแรงจูงใจด้วย และรีบดึงเข้ามาทำงานให้เร็ว ให้มีเวลาเพียงพอที่จะค่อยๆปรับสไตล์ให้เข้ากัน
มิเช่นนั้น ‘ตัวตายตัวแทน’ จะกลายเป็น ‘ตัวแทนที่เป็นตัวตาย’

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s