สภาพสนามและกรรมการ

หลายวันก่อนระหว่างนั่งดูทีวีในช่วงเย็นๆ พอรายการที่ผมดูตัดเข้าโฆษณา ก็หยิบรีโมตเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ เจอช่อง 11 (เอ…ผมเรียกชื่อช่องถูกหรือเปล่า เพราะเปลี่ยนชื่อบ่อยเหลือเกิน) กำลังถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกนัดสุดท้ายของฤดูกาล บรรยากาศใช้ได้ทีเดียวครับ
จากที่ดูผ่านๆไม่กี่นาที เห็นภาพกองเชียร์คึกคักมาก แบบนี้ก็แปลว่าฟุตบอลอาชีพในเมืองไทยมีโอกาสเป็นไปได้เยอะทีเดียว เพราะถ้าเทียบกับเมื่อ 8-9 ปีก่อน ผมเคยไปนั่งชมในสนามศุภชลาศัย จำได้ว่าในบางนัด คนเล่นและสต๊าฟโค้ชมีจำนวนพอๆกับแฟนบอลที่ซื้อตั๋วเข้ามาดู
ฟุตบอลอังกฤษเขามีตั๋วยืน แต่ที่นี่มีตั๋วนอนครับ แถมไม่ใช่นอนธรรมดา นอนกลิ้งได้หลายตลบด้วย
ส่วนสภาพสนามก็ดูเขียวขจี มองเผินๆนึกว่าเป็นฟุตบอลต่างประเทศ แต่พอกล้องซูมลงไปใกล้ๆ
“ไอ้หยา! พื้นสนามยังตะปุ่มตะปั่มอยู่เลยนี่”

พูดถึงสภาพสนามแข่ง ทำให้นึกถึงสมัยเป็นนักศึกษาปีหนึ่งครับ(นึกย้อนไปไกลทีเดียว) จำได้ว่ามีแมตท์ที่ประทับใจของการเป็นน้องใหม่อยู่หนึ่งนัด ผมไม่รู้ว่าที่มหาวิทยาลัยลัยแห่งอื่นเป็นอย่างไร แต่ที่ธรรมศาสตร์ในสมัยที่ผมเรียนนั้น การต้องเจอทีมจากคณะรัฐศาสตร์ และคณะนิติศาตร์ ถือเป็นงานหนักทีเดียว เพราะสองคณะนี้จะมีนักศึกษาที่เข้ามาเรียนในโค้วต้านักกีฬา
เมื่อการแข่งขันมาถึงนัดท้ายๆใกล้ได้ทีมแชมป์ ทีมของผมต้องเจอคณะรัฐศาสตร์ แม้จะรู้ว่าฝีเท้าสู้ไม่ได้ แต่เราก็หวังจะเข้ารอบเหมือนกัน โชคเข้าข้างครับ คืนก่อนแข่งเกิดเหตุการณ์ฝนตกหนัก พอถึงเวลาลงไปเตะ เราก็เริ่มเห็นประโยชน์ของสนามโคลน
แม้นักเตะคู่แข่งจะมีความสามารถเฉพาะตัวที่เหนือกว่า พลิกโยกซ้ายขวา แต่พอมาเจอสภาพสนามแบบนี้ โยกได้แต่ตัว ลูกบอลไม่ไปด้วย หรือจะใช้ลูกโยนยาวแล้ววิ่งแข่ง ผมก็ไม่กลัวครับเพราะเมื่อลูกบอลหล่นพื้นก็หนึบอยู่กับที่ ไม่กลิ้งต่อ
กลยุทธ์วันนั้น ทีมของผมเล็งพื้นที่แฉะๆเป็นหลัก ในขณะที่คู่ต่อสู้พยายามเตะบอลไปบริเวณที่แห้งๆ ทั้งสองทีมพยายามหาโซนที่ตัวเองได้เปรียบ
การเล่นฟุตบอลในสนามโคลน จึงลดความได้เปรียบของทีมที่มีฝีเท้าเหนือกว่า
แม้สภาพสนามวันนั้นจะทำให้ทีมของผมเข้ารอบ แต่ผมก็ไม่ได้อยากแข่งบนสนามโคลนตลอดไปหรอกนะครับ กลับคิดตรงกันข้ามว่า สู้เราพัฒนาฝีเท้าให้เก่งๆแล้วแข่งบนสนามหญ้าเรียบๆจะสนุกกว่าเสียอีก ที่คิดได้แบบนี้เพราะมีอยู่หนึ่งครั้งที่ต้องแข่งกับทีมที่ด้อยกว่า และก็เป็นเพราะสนามนี่แหละที่ทำให้การเล่นของเราไม่ได้อย่างที่ซ้อมไว้

ในเกมฟุตบอลผมคิดว่าสนามหญ้าที่เรียบและแห้ง รวมไปถึงกรรมการไม่เอนเอียง น่าจะประโยชน์กับทั้งสองทีม เช่นเดียวกับสนามธุรกิจ ผมคิดว่ากฎระเบียบและมาตรการภาครัฐที่เป็นธรรม ไม่เอื้อประโยชน์และเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด น่าจะยุติธรรมกับทุกฝ่าย
แต่ความจริง กลับไม่เป็นอย่างนั้นครับ หลายธุรกิจยังเป็นสนามโคลน บางธุรกิจมีการพัฒนาสนามให้ทันสมัย หญ้าเรียบเขียวขจี มีไฟส่องอย่างดี แต่พอถึงวันแข่งเจ้าหน้าที่สนามกลับฉีดน้ำให้สนามลื่น เพื่อให้บางทีมได้เปรียบ
อะแฮ่ม! เหมือนที่นักการเมืองหลายคนชอบทำ

ดังนั้น การจะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ จึงไม่ใช่ดูแค่ความสามารถของทีมงาน แต่ต้องดูสภาพสนามในธุรกิจของเราด้วย
หากเป็นสนามเรียบ เราก็สามารถคิดกลยุทธ์การแข่งขันได้หลายแบบ จะเล่นบนพื้น หรือโยนบอลยาว
แต่ถ้าเป็นสนามโคลน สนามขรุขระ ก็ต้องวางกลยุทธ์อีกแบบ ส่วนการฝึกซ้อมก็ต้องสอดคล้องกับสภาพสนามด้วย

อย่างเช่นธุรกิจเพลงและหนัง จัดเป็นสนามที่ขรุขระและมีโคลนตมเยอะมาก ทำให้บริษัทใหญ่ๆต้องเสียท่ากับแผ่นผีซีดีเถื่อน แต่สภาพสนามแบบนี้ผมเชื่อว่าจะเปลี่ยนไป เมื่อมีเทคโนโลยีใหม่เข้ามา
เช่นเดียวกับ ธุรกิจขนส่งมวลชน ที่เดี๋ยวนี้มีทั้งรถตู้แท้และรถตู้เถื่อน
รถตู้แท้ คือ รถตู้ที่จดทะเบียนเป็นขนส่งประจำทาง เสียภาษีถูกต้องตามกฎหมาย มีเส้นทางเดินรถชัดเจน ในขณะที่รถตู้เถื่อน จะใช้วิธีการรวมกลุ่มกันเอง แล้วก็สถาปนาเป็นท่ารถขึ้นมา ตามตลาด ตามหน้าปากซอย พวกนี้ไม่มีการเสียภาษีป้าย เป็นการเอาเปรียบคู่แข่งแบบผิดกติกา เพียงแต่ว่า กรรมการไม่เอาจริง

เพราะกรรมการไม่เอาจริง จึงทำให้หลายทีมชอบเล่นตุกติก เอาเปรียบคู่แข่ง แต่ต้องไม่ลืมว่าในอนาคตข้างหน้า สภาพสนามจะดีขึ้น กรรมการจะเป็นกลางขึ้น อันนี้เป็นแรงบีบจากภายนอกครับ ก็คือ บรรดาข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศทั้งหลายแหล่นั่นเอง
อ้อ! หากกรรมการไม่เป็นกลาง ก็อาจโดนคนดูโห่เอาได้
เดี๋ยวนี้คนดูเป็นใหญ่ และเอาใจช่วยทีมที่เล่นแบบแฟร์ๆ

4 thoughts on “สภาพสนามและกรรมการ

  1. หลายองค์กรเหมือนจะแข่งขันในตลาดแบบ “Fair Process” แต่เอาเข้าจริงๆ ก็มักจะมีนักการเมือง(น้ำเน่า)หนุนหลังอยู่ ทำให้การแข่งขันจริงๆ ได้เปรียบคู่แข่งที่เล่นแบบ Fair Process เพียวๆ (ไม่มีโซดาผสม) มากทีเดยว ทั้งเรื่องกฏหมาย(แบบหยวนๆ)และสิ่งสนับสนุนอื่นๆ
    ผมหวังว่าอีกไม่เกิน 20 ปี ถ้านักการเมืองเหล่านี้ตายหมด และไม่มีทายาททางการเมือง การทำธุรกิจแบบสนามหญ้าอันเขียวขจี และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย กรรมการไม่ “สองมาตรฐาน” วันนั้นผมคิดว่า Fair Process and Fair Result น่าจะเกิดขึ้นจริงครับ
    พูดถึงสภาพสนาม นอกจากสนามหญ้าแล้ว บางครั้งธุรกิจในบ้านเราก็มี “หญ้าเทียม” ด้วยครับ เช่น ลำไย และข้าว (ขออนุญาตไม่ลงลึกนะครับ 55) พลันคิดไปถึง “ลูตัน ทาวน์” ทีมในดิวิชั่น 1 ของอังกฤษ(พรีเมียร์ลีกในปัจจุบัน) สมัยต้นทศวรรษที่ 90 ทีมนี้ฝีเท้าก็งั้นๆ แต่ไม่ธรรมดาตรงนี้ สนามของพวกเขา เป็นหญ้าเทียมครับ ไม่แน่ใจว่า “ล๊อฟตัฟ โรดส์” รึเปล่า? ทำให้นักเตะเก่งๆ หลายคน และหลายทีมเอาชื่อมาทิ้งที่นี่นักต่อนัก อุปสรรคที่พบคือ การกระดอนของบอล การกะจังหวะของลูก การคอนโทรลบอล มันยากไปหมด ทำให้ลูตัน ซึ่งได้ฉายาจากเมืองไทยว่า “สิงห์หญ้าเทียม” มักจะเก็บสามแต้มได้จากทีมที่ทำการบ้านมาน้อยเสมอ เฉกเช่นธุรกิจครับ ต้องรู้สภาพสนามที่จะลงเล่น รู้ทิศทางลมพอสมควร สุ่มสีสุ่มห้า ประเภท “เชื่อหัวไอ้เรืองเถอะ” เจ๊งมานักต่อนักแล้วครับ

  2. เชิญร่วมบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ปี 53 ร่วมกับมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ได้ที่
    ชื่อบัญชี “เงินบริจาคน้ำท่วมหาดใหญ่ ปี 53” เลขที่บัญชี 961-0-04440-9
    ธ.กรุงไทย สาขา ย่อย ม.หาดใหญ่ Tel 074-200300
    วันพุธที่ 10 พ.ย.53 นี้ จะนำเงินทั้งหมดไปซื้อถุงยังชีพจำนวน 1,000 ถุง เพื่อลงพื้นที่แจกให้กับผู้ประสบภัยรอบนอก เช่น อ.สทิงพระ ซึ่งผมจะลงพื้นที่ด้วย
    ขออนุญาตคุณขลุกขลิก ใช้เว็บนี้เป็นสื่อ ประกาศ เชิญทุกท่านที่ต้องการทำบุญและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอีกแหล่งหนึ่งนะครับ ขอบพระคุณครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s