วิถีเอสเอ็มอี

วันหยุดที่ผ่านมามีโอกาสไปเดินงาน BIG&BIH อีกแล้วครับท่าน
ครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไรแล้ว ผมก็จำไม่ได้เหมือนกัน
แต่เท่าที่เมมโมรี่สมองปัจจุบัน (ยังไม่ได้อัพเกรดเพิ่มสเปค)บรรจุข้อมูลไว้ ผมจะจำเหตุการณ์3 ปีล่าสุดได้ค่อนข้างแม่น ส่วนก่อนหน้านั้นจะเบลอๆ

นี่เป็นปีที่สองที่งาน BIG&BIH เพิ่งย้ายมาจัดที่ไบเทค ก่อนหน้านั้นผูกปีไว้ที่อิมแพคเมืองทองธานี
พอได้เดินชมงานติดๆกันหลายปี ผมก็เริ่มจะจดจำร้านค้าได้มากขึ้น โดยเฉพาะร้านที่มีการได้เสียกัน
“ไอ้หยา ถึงขั้นได้เสียเลยรึ”
อย่าคิดลึกครับ ผมได้ของและก็เสียตังค์เท่านั้นเอง

สองสามปีมานี้ผมตั้งใจเดินเป็นพิเศษ สำรวจหมดทุกบูทที่มาแสดงผลงาน ไม่เดินสะเปะสะปะ ยกเว้นโซนพลาสติกที่เป็นสินค้าโรงงาน
พอเดินเข้างาน รับสติกเกอร์มาแปะที่หน้าอก ตำแหน่งเดียวกับที่นางแบบแคทวอร์คเขาชอบแปะกันนั่นแหละครับ จากนั้นก็ตั้งต้นที่ร้านแรกด้านขวามือสุดของฮอลล์ แล้วทะยอยเก็บไปทีละร้าน
เก็บในที่นี้ คือ ถ้าเป็นของชิ้นเล็ก ก็ซื้อเลย
หากเป็นชิ้นใหญ่ก็ขอพิจารณาก่อน เผื่อเจอดีกว่านี้

การเดินแบบสวนสนามทำให้ผมรู้ได้ว่ามีร้านใหม่ๆมาร่วมงานหรือเปล่า และปีนี้ก็มีร้านใหม่ที่สะดุดตาผมอยู่หนึ่งร้าน เป็นร้านขายกระเป๋าที่ทำจากซิป คือออกแบบให้ซิปเส้นเดียวความยาวเกินกว่าหนึ่งเมตร รูดไปเรื่อยๆกลายเป็นกระเป๋า ต้องชมไอเดียคนคิดครับ
ซึ่งไอเดียคล้ายๆกันนี้ผมเคยเห็นแวบๆในเวบไซด์ของต่างประเทศ แต่ร้านนี้ถือว่าเป็นร้านแรกในไทย

สินค้าบางแนว จำพวกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆ ผมจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพราะที่บ้านมีพื้นที่จำกัด และทรัพยากรในกระเป๋าก็มีจำกัดด้วย (แหะๆ)

สิ่งที่เห็นชัดเจน คือ ร้านที่มาประจำ จะใช้มุกเดียวกับงานหนังสือ
ในวงการหนังสือ นักเขียนและสำนักพิมพ์จะใช้โอกาสงานสัปดาห์หนังสือในการเปิดตัวเล่มใหม่
ที่นี่ก็เหมือนกันครับ หลายร้านถือโอกาสเพิ่มสินค้าใหม่ ลวดลายใหม่ ที่สวยกว่าเดิม ดูดีกว่าเดิม
ทำให้ขายประจำที่ชอบสินค้าแนวนั้น ต้องกลับมาซื้อเพิ่ม
ร้านเซรามิกจะมีลวดลายใหม่ๆมาให้เลือก แม้จะเจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ แต่ในงานรอบประชาชนก็ลดราคาแบบว่าเดินผ่านก็ต้องซื้อ
ร้านเครื่องหนังจะมีการเอาหนังไปทำเป็นตู้หนังสือ หรือของใช้ที่หลากหลายขึ้น
ร้านเฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่ ก็ใช้วิธีตีลำไผ่ออกเป็นแผ่นทำเป็นเก้าอี้ แล้วเล่นสีแรงๆ เช่น แดง เขียว เห็นแล้วน่าซื้อไปวางโชว์เอาไว้แก้ง่วง
เหล่านี้เป็นความใหม่ ที่ใช้ฝีมืองานประดิษฐ์แบบไทยผสมสไตล์โมเดิร์น
แต่ที่ผมติดใจ คือร้านเฟอร์นิเจอร์ชื่อ Volksmoebel ครับ ปีแรกๆเฮียก็มีแค่ตู้ ปีต่อมาเริ่มมีวิทยุแบบเท่ๆมาวางประกอบ เรียกว่าถ้าใครมีตู้ของเฮ้ยแล้ว ต้องกลับมาหิ้ววิทยุไปด้วยจึงจะเข้าชุด มาปีนี้มีเพิ่มนาฬิกาเข้าไปอีก ใจคอจะให้ผมเสียทรัพย์ทุกปีเลยหรือ?
ผมว่าปีหน้าเฮียต้องหา new product มาเพิ่มอีกแน่ๆ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นช่วยขยายบูทหน่อยก็ดีครับ

นี่เป็นบางส่วนที่เก็บตกจากงาน BIG&BIH
แล้วเจอกันใหม่ งานบ้านและสวนแฟร์ครับ!

3 thoughts on “วิถีเอสเอ็มอี

  1. สี่ห้าปีที่แล้วผมเจอผ้าห่มที่มีซิปรูดรอบกลายเป็นหมอน หากมีหมอนอยู่แล้วก็คลายซิปออกเป็นผ้าห่ม
    อยากให้งานเหล่านี้มาเปิดแถว “ภูธร” บ้าง สงสารธุรกิจเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปดูงานหรือสินค้าใหม่ๆ สรุปความก็คือ “ขาดโอกาส”
    อยากส่งเสริมให้ “ปลาเล็กเร็วกว่าปลาใหญ่” บ้างนะครับ

  2. งานพวกนี้ ผมก็เป็นคนนึงที่อยากไปชมอยากไป เปิดหู เปิดตา เหมือนกันแต่กว่าจะรู้เรื่องก็เกือบจะหมดงานแล้ว บางทีเครียร์ งานไม่ทันก็อดครับพี่ ขลุกขลิก ในฐานะที่พี่ตะเวนไปดูงานทั้งในและนอกประเทศ พี่หาข่าวการจัดนิทัศการ จากที่ไหนครับพี่ขลุกขลิก อยากรู้จัง

    น้องโอ๊ต

  3. @thienchai เห็นด้วยครับว่าควรจะมีงานแบบนี้ในต่างจังหวัดบ้าง อย่างน้อยก็ศูนย์กลางแต่ภาคก็ยังมี
    @น้องโอ๊ต อย่าเพิ่งเข้าใจผิดคิดว่าผมไปดูงานต่างประเทศบ่อย อันที่จริงไม่ค่อยจะได้เดินทางไปไหนเลยครับ ผมแค่ท่องรอบโลกแบบออนไลน์ทุกคืน อินเตอร์เน็ตก็เหมือนเหมืองทองคำครับ อยู่ที่ว่าใคร “ร่อนหาแร่” ได้เก่งกว่ากัน และที่สำคัญต้องระวังของปลอม (อันต้องค่อยๆสะสมประสบการณ์ครับ ผมเองก็ยังไม่เก่งเท่าไร)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s