กลับหัวคิด

ขอเริ่มต้นด้วยการให้การบ้านกันก่อนครับ
กรุณาหยิบกระดาษและปากกา จากนั้นสมมติว่า ถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัทแห่งหนึ่ง คุณจะเขียนโครงสร้างองค์กรอย่างไร ผมใบ้ให้นิดหนึ่ง เขียนเฉพาะตำแหน่งหลักๆ โดยแบ่งเป็นสามระดับ ได้แก่ผู้บริหารระดับสูง อาทิ ซีอีโอ ผู้บริหารด้านการเงิน ด้านบุคคล ด้านการตลาด ด้านการผลิต ถัดมาเป็นผู้บริหารระดับกลาง ซึ่งประกอบด้วยผู้จัดการฝ่ายต่างๆ สุดท้ายคือระดับปฏิบัติการ ซึ่งถ้าเป็นโรงงานก็คือพนักงานในโรงงาน แต่ถ้าเป็นร้านค้าปลีกก็คือพนักงานขาย

วาดแผนผังเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็มาดูเฉลยกัน
นี่ไม่ใช่เป็นคำตอบของผมคนเดียว แต่เป็นเสียงมหาชน อะแฮ่ม! เลียนแบบประกวดเรียลิตี้โชว์เสียหน่อย วิธีการก็ง่ายๆครับ เปิดเวบไซด์กูเกิ้ล คลิกปุ่มค้นหารูปภาพ แล้วพิมพ์คำว่า “โครงสร้างองค์กร” ลงไป ใช้เวลาแค่ครึ่งกะพริบตาก็ได้คำตอบ
ผลลัพธ์หน้าแรก 20 รูปภาพแทบไม่แตกต่างกัน ถ้าสวมวิญญาณอาจารย์มัธยม ต้องบอกว่า
“พวกเธอลอกกันมาส่งอาจารย์ใช่ไหม?”
ผมคลิกดูหน้าถัด และหน้าถัดถัดไปอีก ผลลัพธ์ก็เหมือนๆเดิม ไม่ว่าจะเป็นบริษัททำธุรกิจหรือองค์กรภาครัฐ มักเอาตำแหน่งที่ใหญ่สุดอยู่ด้านบน แล้วเรียงลำดับความบิ๊กเบิ้ม ลดหลั่นลงมา
นี่เป็นแผนผังแบบ Command Line อธิบายสายบังคับบัญชาว่าใครเป็นลูกน้องใคร ใครสั่งใครได้บ้าง ซึ่งผมเข้าใจว่าคงใช้ได้ดีในยุคๆหนึ่ง แต่ไม่น่าจะเหมาะกับยุคนี้ โดยเฉพาะองค์กรที่เป็น “บริษัท”

คิดดูสิครับ ถ้าบริษัทค้าปลีก จัดองค์กรแบบนี้ คณะผู้บริหาร และ CEO อยู่ด้านบนสุด ถัดมาเป็นหน่วยงานต่างๆที่อยู่ในสำนักงานใหญ่ ถัดมาเป็นผู้บริหารสาขา และแถวสุดท้ายก็เป็นพนักงานขาย
อ้าว! จัดแบบนี้ “ลูกค้า” ก็อยู่ข้างล่างสุดนะสิ มิน่า! ร้านต่างๆมักทำอะไร ไม่ตรงใจลูกค้าเอาเสียเลย
ผมไม่กล้าสรุปว่า การเขียนแผนผังองค์แบบนี้ผิด แต่จะขอนำตัวอย่างของบริษัทแห่งหนึ่งมาเล่าสู่กันฟัง
บริษัทที่ว่านี้เป็นเจ้าของเครือข่ายร้านสะดวกซื้อที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นเจ้าของเครือข่ายร้านค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
บริษัทนี้ชื่อ Seven and i Holding ครับ
ในรายงานของบริษัท ซึ่งก็น่าจะเป็นเอกสารชุดเดียวกันที่ใช้สื่อสารภายในองค์กร เขาแสดงแผนผังโครงสร้างองค์กรได้แตกต่างจากหลายๆบริษัท
ไล่เรียงจากบนลงล่าง สรุปได้ดังนี้ครับ
บรรทัดแรกเป็น ลูกค้า
บรรทัดถัดมา เป็น คู่ค้า, ผู้ถือหุ้น, ชุมชนต่างๆที่บริษัทเข้าไปเปิดร้านค้าปลีก
บรรทัดที่สาม เป็น หน่วยงานปฏิบัติการ ซึ่งหมายถึง พนักงานร้านสาขา โดยมีกลุ่มผู้บริหาร อาทิ CEO, CFO, CAO และอีกหลายๆ…โอ อยู่ด้านล่างสุด
แผนผังนี้ดูปุ๊บรู้ปั๊บว่า ‘CEO และคณะผู้บริหาร’ แบกรับภาระหนักอึ้ง ส่วน ‘ลูกค้า’ ที่อยู่ด้านบนสุด นั่นแปลว่า เขาให้ความใส่ใจลูกค้าเป็นอันดับแรก และทุกอย่างจะต้องขับเคลื่อนไปยังลูกค้า นอกจากนี้เขาก็ไม่ลืมที่จะนึกถึง พาร์ทเนอร์, ผู้ถือหุ้น และชุมชนที่ร้านตั้งอยู่
มองในอีกมุมหนึ่ง การเขียนแผนผังแบบนี้จะคล้ายกับ การจัดตำแหน่งของการเล่นฟุตบอลครับ
ที่จะระบุตำแหน่งกองหน้าอยู่ด้านบนสุด แถวถัดมาก็เป็นกองกลาง ซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนหรือส่งลูกค้าไปยังตัวทำประตู
สูตรในการเล่นอาจแตกต่างกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นสูตร 4-4-2, 4-3-3, 4-5-1 หรือสูตรประหลาดกว่านี้ ก็จะมีการระบุตำแหน่งและบทบาทของผู้เล่นแต่ละคน ว่าใครต้องยืนประจำการตรงไหน มีหน้าที่อะไรบ้าง? เพื่อให้ทีมยิงประตูได้ เช่น เวลาขึ้นเกมรุก ต้องวิ่งอย่างไร หนีตัวประกบอย่างไร ดึงผู้เล่นฝั่งตรงข้ามอย่างไร? และเพื่อป้องกันการเสียประตู เช่น เวลาคู่แข่งบุก ต้องตั้งรับอย่างไร จะคุมโซนหรือคุมคน?

ฟุตบอลจะชนะ ก็ต่อเมื่อยิงประตูได้ การเขียนแผงผังจึงสะท้อนได้อย่างชัดเจน ว่าต้องเล่นได้อย่างไร จึงจะยิงประตูได้และป้องกันไม่ให้เสียประตูด้วย
ธุรกิจก็เช่นกัน จะอยู่ได้ก็ต่อเมื่อมีกำไร ดังนั้นการเขียนแผนผัง ควรแสดงให้เห็นว่า ต้องทำงานกันอย่างไร จึงจะขายสินค้าได้เยอะๆ และมีต้นทุนต่ำๆ
แผนผังแบบใหม่ ที่กลับหัวจากแบบเดิม จะทำให้พนักงานรู้ว่า ใครคือเจ้านายตัวจริง ที่เราต้องให้ความสำคัญมากที่สุด

2 thoughts on “กลับหัวคิด

  1. ขนาดคัมภีร์ BSC หลายองค์กรก็จัดลำดับเอา “กำไร” อยู่ด้านบนให้ความสำคัญมากกว่าลูกค้าซะอีกแต่ก็มีหลายองค์กรเช่นกันครับที่จัดมุมมอง “ลูกค้า” ไว้ด้านบนสุด แต่การดำเนินงานจริงไม่รู้เป็นอย่างไร อาจจะเขียนไว้หลอกๆ ก็ได้ เพื่อความเท่

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s