Total Football

เวลาพูดถึงกีฬาฟุตบอล คนส่วนใหญ่ทั่วโลกจะเข้าใจตรงกันว่ามีผู้เล่นในสนามทีมละ 11 คน ซึ่งในจำนวนนี้แบ่งเป็นผู้รักษาประตู 1 คน ส่วนที่เหลืออีก 10 ชีวิต ก็กระจายกำลังตามสูตรของผู้จัดการทีม โดยแบ่งเป็น 3 โซนด้วยกัน คือ กองหลัง กองกลาง และกองหน้า สูตรการจัดตัวที่คุ้นเคยก็มี 4-3-3, 4-4-2 หรือ 4-5-1

ทั้งนี้ก็ไม่มีกฎกติกาบังคับว่าต้องแบ่งเป็น 3 โซนเป๊ะๆ แต่ละทีมจะจัดผู้เล่นแบบกั๊กๆก็ได้ เช่น มีตำแหน่งกึ่งกองกลางกึ่งกองหน้า คือยืนระหว่างกองกลางกับกองหน้า เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนกองหน้า ถ้ามีโอกาสก็จะขึ้นไปยิงประตู หรือตำแหน่งกึ่งกองหลังกึ่งกองกลาง ซึ่งเป็นกองกลางที่ยืนต่ำลงมาหน่อย เป็นตัวตัดเกมคู่แข่งก่อนลูกฟุตบอลจะไปถึงแผงกองหลัง ดังนั้น เมื่อมีนักเตะประเภทลูกครึ่งลงสนาม จึงมีสูตรแปลกๆมาให้เห็น อาทิ 4-1-2-3 หรือ 3-4-1-2 เป็นต้น

แต่ในชีวิตจริงการแข่งขันฟุตบอลไม่จำเป็นจะต้องมีทีมละ 11 คนเสมอไป โดยเฉพาะการแข่งขันที่ไม่เป็นทางการ จะมี 3 คน 4 คน หรือ 7 คน ก็ได้ ยิ่งถ้าเป็นการเตะเล่นๆตอนเย็นหลังเลิกเรียนหรือเลิกงานด้วยแล้ว อย่าว่าแต่จำนวนไม่ครบ 11 คนเลยครับ แม้จำนวนไม่เท่ากันก็แข่งกันได้ เช่น ฝ่ายหนึ่งมี 5 คน อีกฝ่ายมี 6 คนก็มีให้เห็นบ่อยๆ หรือถ้าฝีเท้าต่างกันมาก ก็อาจเพิ่มจำนวนนักเตะให้อีกฝ่ายเพื่อความสูสี

การเตะเล่นๆ ไม่จำเป็นต้องมี 11 คน
แต่เดี๋ยวนี้ฟุตบอลไม่ครบ 11 คน ก็เริ่มมีการแข่งขันอย่างเป็นทางการกันมากขึ้นแล้วครับ เช่น ฟุตบอลนักเรียน 7 คนก็มีแข่งขันระดับประเทศแล้ว ส่วนที่แข่งกัน 5 คน ก็แปลงร่างไปเป็นฟุตซอล ซึ่งเดี๋ยวนี้มีทัวร์นาเมนท์ระดับโลกเลยทีเดียว

“จำนวนผู้เล่นน้อยลง แล้วจะจัดทีมกันอย่างไร?”
เพราะถ้านับตำแหน่ง แบ็กซ้าย แบ็กขวา เซ็นเตอร์แบ็ก ปีกซ้าย ปีกขวา กองกลางตัวรุก กองกลางตัวตัดเกม กองหน้า นับอย่างไรก็เกิน 5 คนอยู่ดี
แบบนี้ต้องเลียนแบบคณะรัฐมนตรีครับ เพราะเก้าอี้ 30 กว่าตำแหน่ง แต่ใช้บุคลากรเพียง 20 กว่าคนเท่านั้น

การควบตำแหน่งเป็นวิธีเดียวที่จะประหยัดคนได้ ซึ่งตีความอีกอย่างได้ว่าแต่ละคนต้องรับผิดชอบมากขึ้น ผู้เล่นตำแหน่งกองหลังต้องช่วยเติมเกมบุก ไม่ใช่ยืนประจำการในแดนตัวเองเพียงอย่างเดียว ในขณะที่ผู้เล่นตำแหน่งกองหน้า ก็ต้องลงมาช่วยตั้งรับและสกัดคู่แข่งด้วย
การทำหน้าที่หลายอย่าง นั่นแปลว่า ผู้เล่นแต่ละตำแหน่งต้องมีทักษะเพิ่ม และต้องสลับสับเปลี่ยนหรือทดแทนตำแหน่งกันได้ เช่น จังหวะที่กองหลังพาบอลบุกไปยังฝั่งตรงข้าม อาจมีนักเตะอีกหนึ่งคน ลงมาทำหน้าที่คุมแนวรับแทน เป็นต้น
รูปแบบการเล่นที่สลับซับเปลี่ยนหรือหมุนตำแหน่งกันได้แบบนี้ ไม่ใช่มีแต่ในทีมฟุตบอลที่ไม่ครบ 11 คน แต่สูตรการเล่นแบบนี้ถูกนำมาใช้ได้ผลในสนามใหญ่มาแล้ว โดยรู้จักกันในชื่อ Total Football ซึ่งมีต้นตำรับคือทีมชาติเนเธอร์แลนด์ และทีมสโมสรอาแจ็กอัมสเตอร์ดัม
สูตรการเล่นนี้ จัดเป็นนวัตกรรมของวงการฟุตบอลเลยครับ!
เป็นแนวคิดที่เน้นการมีส่วนร่วม พูดอีกอย่างก็คือ แก้ปัญหาคนชอบอู้ไม่ให้อยู่ในสนาม เพราะการเล่นแบบนี้ทุกคนต้องเคลื่อนที่กันหมด เคลื่อนที่ตลอดเวลาแม้ไม่มีลูกบอลอยู่กับเท้า เป็นการใช้ทรัพยากรให้เต็มประสิทธิภาพ

สไตล์ของ Total Football จึงถือว่าเหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กอย่างมาก เนื่องจากบุคลากรมีจำกัด ไม่สามารถแจกแจงตำแหน่งเหมือนบริษัทใหญ่ๆได้
เอสเอ็มอี(SMEs)บางแห่ง จะมีเจ๊ใหญ่ เป็น CEO, CFO และ CSR (Chief Executive Officer, Chief Financial Office, Corporate Social Responsibility) พูดง่ายๆก็คือ คุมทุกอย่างที่เกี่ยวกับเรื่องเงินๆทองๆ รวมทั้งการทำบุญสุนทาน ใส่ซองทอดผ้าป่าทอดกฐิน
เฮียผู้ชาย คุมฝ่ายออกแบบ ฝ่ายจัดซื้อ และฝ่ายผลิต
นายป๋อง เป็นพนักงานฝ่ายผลิต และดูแลฝ่ายโลจิสติกส์
ศรีสมร เป็นพริตตี้ พนักงานฝ่ายขาย ฝ่ายประชาสัมพันธ์ พนักงานต้อนรับ และ Call center
อ้อ! แต่เวลาเจอลูกค้า ทุกคนก็สวมวิญญาณเป็นเซลของบริษัทได้ทุกเมื่อครับ

อันที่จริงองค์กรขนาดใหญ่ก็ใช้ Total football ได้เหมือนกัน เพียงแต่ว่าการสลับซับเปลี่ยนตำแหน่งทำได้ยาก เผลอๆอาจสร้างปัญหาและความวุ่นวายมากกว่าเดิม
คิดดูสิครับ ถ้าหากฟุตบอลเพิ่มจำนวนผู้เล่นได้แล้วใช้สนามขนาดเท่าเดิม ต่อให้ฝึกนักเตะมาดี สามารถเล่นทดแทนกันได้ เข้ากับสไตล์ Total Football สุดๆ
แต่ถ้าจัดตัวลงสนาม ฝั่งละ 30 คน จะเกิดอะไรขึ้น?

สั่งซื้อหนังสือจิบความคิดสะกิดไอเดีย

3 thoughts on “Total Football

  1. จาก Total Football มาถึง Temple Football บ้านเรา
    วลีล่าสุดที่เป็นตลกร้ายให้วงการฟุตบอลเมืองไทย คือ “บอลไทยจะไปมวยโลก”
    Total Football ของแท้ ต้องช่วยกันเล่นทั้งทีม อย่างที่คุณขลุกขลิกบอก คือ แม้ไม่มีบอลก็ต้องวิ่ง ทำทาง ดึงกองหลังออกข้าง ไม่ใช่เดินทอดน่อง เวลาไล่บอลก็ต้องไล่กันทั้งทีมไม่ใช่ให้กองหน้าค่าตัวเกือบ 30 ล้านปอนด์ วิ่งไล่อยู่คนเดียว (ทีมอะไรนะคุ้นๆ)แต่ Temple Football บ้านเรา ต้องเปลี่ยนทัศนคติของนักฟุตบอลก่อน ให้เล่นเพื่อทีมมากกว่าเล่นเพื่อตัวเอง ไม่ใช่โดนเตะนิด ตอดหน่อย อารมณ์เสียไปเป็นทหารซะนั่น (ได้ใบแดง) ฟุตบอลไทยจึงได้กันแค่นี้
    ในการทำงานปัจจุบัน Competency ของพนักงาน 1 คน จะเห็นว่ามีคุณลักษณะที่องค์กรต้องการมากกว่า 1 ลักษณะเสมอ ฉะนั้นไม่ว่าจะเรียนจบอะไรมา เมื่อมาทำงานต้องมีทักษะที่หลากหลาย จบบัญชีก็ต้องรู้เรื่องการบริหารจัดการ การตลาด และเทคโนโลยีสารสนเทศ ฯลฯ
    หรืออาจจะเป็นนักเตะประเภท สารพัดประโยชน์ ก็ไม่เลว เก่งจริง 1 อย่าง หากให้ทำอย่างอื่นก็ทำได้เช่นกัน
    มีป้าคนหนึ่งทำงานเป็นแม่บ้าน คนงาน อยู่ที่เดียวกับผมเมื่อ 5 ปีก่อน แกจบ ป.4 อายุ 16 ช่วยพ่อแม่เลี้ยงวัวอยู่บ้าน วันหนึ่งเพื่อนชวนไปสมัครงานที่วิทยาลัยครู (มหาวิทยาลัยราชภัฏ สมัยนี้) ตำแหน่ง คนงาน มีหน้าที่ล้างห้องน้ำ ทำความสะอาด จัดโต๊ะ เช็ดกระจก การสัมภาษณ์งานผ่านไปด้วยดี จนมาถึงคำถามสุดท้าย “หากจะให้โรเนียว ทำได้มั๊ย?” ป้าแกคิดในใจ “อย่าว่าอะไรเลย โรเนียวคืออะไรไม่เคยรู้จักหรือได้ยิน” แต่ด้วยเป็นคนใจสู้ ประเภท เล่นได้หลายตำแหน่ง ไม่ย่อท้อ จึงตอบกลับไปว่า “หากให้ทำ ก็ทำได้คะ” หลายองค์กรต้องการนักเตะประเภทนี้ครับ

  2. เห็นด้วยครับ ชาร์ล ดาวิน กล่าวไว้ว่า “ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่แข็งแรงที่สุดที่จะอยู่รอด แต่สิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวได้ดีที่สุดเท่านั้นทีจะอยู่รอด”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s