คิดเมนูใหม่

ด้วยความที่เป็นคนชอบทานอาหารที่ทำเอง พอถึงวันเสาร์อาทิตย์ผมมักไปซื้อวัตถุดิบมาสำรองไว้ในตู้เย็น สำหรับสองปากสองท้องของครอบครัวขนาดเล็ก เราจะซื้อเสบียงอาทิตย์ละครั้งครับ

รอบในการซื้อของมาเติมตู้เย็นนี้ จัดเป็นศิลปะของแต่ละบ้าน 
ผมเคยพยายามสต๊อกของให้นานกว่านั้น โดยคิดว่าซื้อเยอะๆ จะได้ของราคาถูก และก็ประหยัดเวลาไม่ต้องไปเดินช้อปปิ้งบ่อยๆ แต่พอเอาเข้าจริง การซื้อมา มากๆ มักจะเกิดปัญหาตามมา นั่นคือ ทรมานกับการกิน
แทนที่จะได้เลือกกินตามใจชอบ กลายเป็นกินตามวันหมดอายุ
กลับถึงบ้านตอนค่ำๆจะหยิบน้ำมาดื่ม แต่เปิดตู้เย็นเจอซองขนมมีป้ายบอกว่าหมดอายุวันนี้ หยิบขึ้นมาดู ข้างในมีครัวซองอยู่ 3 ชิ้น “แล้วผมจะจัดการอย่างไรนี่?”
ทางเลือก คือ ฝืนกินให้หมด “แต่ไม่ไหวแฮะ เพราะเพิ่งทานข้าวมาอิ่มๆ”
“งั้น ทิ้งมันไปเลยดีกว่า”
“แต่เดี๋ยวก่อน… เผื่อดึกๆหิว งั้นเก็บไว้ก่อน”
ผมดื่มน้ำ แล้วก็เก็บครัวซองถุงนั้นไว้ที่เดิม
อ้อ! นี่ยังมีนมอีกหนึ่งขวดใหญ่ ที่จะหมดอายุสัปทานวันพรุ่งนี้

พฤติกรรมแบบนี้แหละครับ ที่ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่แบบไม่ตั้งใจ จากตู้เย็นกลายเป็นถังขยะควบคุมอุณหภูมิ
ตอนนี้เลยตัดไฟแต่ต้นลม ซื้อเท่าที่จำเป็นและคิดว่าจัดการหมดในหนึ่งอาทิตย์

พูดถึงทำอาหารทานเอง หลายคนอาจนึกว่าผมซื้อของมากมายใหญ่โต แท้จริงแล้วผมก็สต๊อกเพียง เนื้อ ไข่ และผักเท่านั้น
เนื้อ ก็จะใช้เนื้อหมู อาจเป็น สันในบ้าง สันนอกบ้าง สลับไปมา และเพื่อคงรสชาติก็ต้องปรุงรสทันที โดยจัดการแบ่งป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งซอยเป็นชิ้นแล้วหมักซอยปรุงรส อีกส่วนหนึ่งทำเป็นหมูสับปรุงรสเล็กน้อย
ไข่ ก็ใช้ขนาดกลาง
ผัก ก็เลือกผักไทยๆใบเขียวๆ ราคาไม่แพงและคุณประโยชน์เพียบ ผักจำพวก ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี กำหล่ำดอก คะน้า พริกหยวก หอมหัวใหญ่ ก็สามารถทำอาหารได้หลากหลายเมนู
อ้อ! นอกจากนี้ ก็มีกุ้งและปลาในเวอรชั่นแช่แข็งสำรองไว้แก้เบื่อ

เชื่อไหมครับ วัตถุดิบเพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำเมนูอาหารทานได้ไม่ซ้ำ ยิ่งถ้าเป็นวันหยุดมีเวลาให้ออกสเต็ปมากหน่อย ก็สามารถครีเอทเมนูได้อีก

การทำงาน ก็เหมือนการทำอาหารครับ
ผัก หมู เนื้อ และเครื่องปรุง ที่อยู่ในตู้เย็น
ก็เหมือน ข้อมูลยอดขาย ผลวิจัยพฤติกรรมลูกค้า ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์
มองเผินๆก็จะเห็นว่าสินค้าใดขายดี ลูกค้าชอบซื้อแบบไหน ใครคือลูกค้ากลุ่มหลัก
แต่ถ้าถามว่า “แล้วจะเพิ่มยอดขายอย่างไร?” หรือ “จะครีเอทสินค้าใหม่อย่างไร?”
หลายคนกลับบอกว่า “ข้อมูลไม่พอ”
และขอเวลาหาข้อมูลเพิ่ม บางทีก็ของบฯทำวิจัย ใช้ทั้งเงินทั้งเวลา
แต่ลืมไปว่า บางทีวัตถุดิบที่มีก็เพียงพอที่จะทำอะไรได้บ้าง  ถ้าเราพยายามคิดให้ดี คิดให้เยอะๆ ทั้งคิดในกรอบ คิดนอกกรอบ มองให้หลายมุม ถ้าคิดคนเดียวไม่ออก ก็ชวนเพื่อนร่วมงานมาคิด

นอกจาก ผัดกระเพราใข่ดาว กับ ไข่ระเบิด แล้วเราสามารถเอาเนื้อหมู ใบกระเพรา และไข่ไก่ ไปทำเมนูอาหารอะไรได้บ้าง?
เห็นไหมครับ ว่ามีคำตอบตั้งเยอะ

ธุรกิจก็เช่นกัน ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่การวิ่งหาข้อมูลเพิ่มเพียงอย่างเดียว
แต่อยู่การแปลงข้อมูลที่มี ให้เป็นสินค้าหรือบริการ

[ad#ad-1]

2 thoughts on “คิดเมนูใหม่

  1. ที่ตลาดน้ำคลองแห อ.หาดใหญ่ ผมเจอ Business model แบบขำๆ แต่มีประสิทธิภาพ ปกติหากเราเดินไปงานแสดงสินค้าแบบ outdoor หรือตามตลาดนัด หรือตลาดไม่นัด จะเห็นการแสดงดนตรีเปิดหมวกอยู่ทั่วไป หรือดนตรีคนตาบอดที่เดินไปร้องไป จะเห็นว่าเป็นการ “ยัดเยียด” สินค้าให้ลูกค้า บางคนรำคาญ บางคนสงสาร คละเคล้ากันไป แต่เจ้านี้ที่ผมเจอ พี่แกเป้นผู้หญิงหน้าตาใช้ได้ รูปร่างเข้าขั้น “อวบระยะสุดท้าย” มีคอมพิวเตอร์ เก้าอี้ 1 ตัว(นั่งเอง)ไมโครโฟน ลำโพง ร่มคันใหญ่ และพวงมาลัย 1 ชุดใหญ่ๆ พอตลาดเปิดก็ลงมือเปิดธุรกิจ คือ จะเปิดเพลงคาราโอเกะให้คนที่มาเดินในตลาดมาร้องเพลง อยากร้องเพลงไทย จีน ฝรั่ง เกาหลี พี่แกมีหมด เพลงละ 10 บาท เท่านั้นยังไม่พอ หากเพื่อนร้อง ที่เหลือว่างก็จะซื้อพวงมาลัยของแกคล้องคอนักร้องอีก ราคามาลัยต่างหาก เรียกว่า วัตถุดิบเดิม แต่ได้เมนูใหม่ แทนที่จะร้องเองเรียกเงินจากลูกค้า กลับให้ลูกค้า create เอง สุโค่ย ครับ ปล.ลูกค้าส่วนใหญ่ เป็นชาว มาเลยเซีย และวัยรุ่นที่ชอบอัพรูปกริยาแปลกๆ ของตัวเองใน fb ครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s