เพิ่มจุดขาย

Photobucket
Photobucket
Photobucket

ตอนเห็นรูปรีสอร์ทแวบแรก ในงานไทยเที่ยวไทยฯ ผมก็อดไม่ได้ที่จะเข้าไปมุงดูที่บูท
ของแบบนี้ต้องดูหลายแวบครับ ดูแวบแรกแวบเดียวไม่พอ
ยิ่งมีคนเยอะกำลังชลมุนอยู่ด้วย ก็ช่วยเพิ่มดีกรีความน่าสนใจเข้าไปอีก
เป็นไทยมุงอยู่ไม่นาน พลิกดูอัลบั้มรูปไปมาสองสามครั้ง ก็ตัดสินใจได้ว่า “จองโลด!”
แต่เดี๋ยวก่อน… ถ้าจะให้ดี ระบุวันไปเลยดีกว่า หาก ‘จองลอย’ ซื้อแพกเกจเที่ยวชนิดไม่ระบุวัน เดี๋ยวต้องไปเร่งเที่ยวช่วงใกล้หมดอายุ

แพกเกจเที่ยวก็เหมือนนมเปรี้ยวครับ แม้จะเก็บได้นาน แต่ก็มีวันหมดอายุ
หลายคนมักนิ่งนอนใจ ซื้อแพกเกจไว้ก่อนเพราะราคาถูก กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ใกล้ expire date
“เฮ้ย! จะหมดอายุแล้วนี่นา”
เปิดปฏิทินหาวันลางาน ก็แน่นเอียด สุดท้ายก็ไปเที่ยวแบบเครียดๆ หอบหิ้วงานไปนั่งทำที่รีสอร์ท

เนื่องจากไม่อยาก ‘จองลอย’ ผมกับคนรู้ใจจึงถอยมาตั้งหลักในรัศมีสองเมตรครึ่ง เพื่อหาวันที่เป็นมงคลฤกษ์ เพราะก่อนหน้านี้ก็จองที่พักไปแล้ว 2-3 แห่ง
หากเลือกฤกษ์ไม่ดี หยุดงานไปเที่ยวบ่อยๆ มีหวังถูกเชิญออกจากงานเป็นแน่
แต่พอรู้ว่า ราคาวันหยุดกับธรรมดา ไม่ต่างกัน
“โอ้ย งั้นง่ายเลย เลือกซักเสาร์ ไปได้ชัวร์ๆ”

ที่พักตากอากาศส่วนใหญ่ชอบคิดแบบข้าราชการ มองว่าเสาร์อาทิตย์คือวันหยุด จึงตั้งราคาสูงกว่าวันอื่น
แต่ที่ ‘ลาเอนาตู’ คิดแบบร้านเซเว่นฯ ทุกวันคือวันทำงาน ราคาจึงเท่ากันหมด
เอ… หรือจะคิดแบบคนว่างงานหว่า!
แต่จะคิดแบบไหนก็ตาม กลยุทธ์ราคาเดียวทำให้ลูกค้าตัดสินใจ ‘จอง’ ง่ายขึ้น ไม่ต้องกังวลว่าจะลาพักร้อนได้หรือเปล่า

หลังจองไว้เกือบสามเดือน ก็เพิ่งได้ไปเยือนของจริงเสียที
ผมแวะทานมื้อเที่ยงที่หัวหิน เพราะมีเวลาเหลือเฟือกว่าจะเช็คอิน ออกจากหัวหินมุ่งหน้าปราณบุรี รีสอร์ทจะอยู่ระหว่างเส้นทางไปถ้ำพระยานคร
หาไม่ยากครับ สมัยนี้มีป้ายบอกเป็นระยะๆ

La A Natu แปลความตามชื่อ ก็คือ ศิลปะและธรรมชาติครับ
เมื่อไปถึงก็ได้สัมผัสธรรมชาติตั้งแต่ก้าวแรก พอลงจากรถกอล์ฟที่ไปรับจากลานจอดรถ ทุกคนจะได้เดินผ่านสะพานไม้ไผ่ ที่ทอดยาวเชื่อมไปยังล็อบบี้ที่อยู่ชั้นสอง
ค่อยๆเดินไต่ระดับ ชมวิวทุ่งนาด้านล่าง พร้อมเสียงซาวด์แทรก ‘เอี๊ยดอ๊าดๆ’ ตามจังหวะก้าว
ทางเดินแบบนี้เด็กๆคงชอบใจ แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่ร่างอวบคงไม่สนุกด้วยแน่ ยิ่งน้ำหนักตัวเยอะ เสียงเอี๊ยดอ๊าดยิ่งชัดเจน

ข้าวฟ่าง คือบ้านที่ผมเลือกไว้ครับ ส่วนหลังอื่นๆ ก็มี ‘ข้าว’ นำหน้าชื่อเหมือนกัน
บ้านสองชั้นยกพื้นสูง ใต้ถุนมีเตียงให้งีบกลางวัน แค่ลมโชยมาก็ตาเยิ้มแล้วครับ น่านอนกลางวันมากๆ
ชั้นบนมีหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ ขั้นกลางด้วยเฉลียงที่มีต้นไม้โผล่ตรงกลาง
เพียงเท่านี้ ก็ได้ชื่นชมธรรมชาติเต็มที่

ที่นี่ไม่มีตู้เย็นให้ แต่จะมีกระติกน้ำแข็งหนึ่งใบข้างในบรรจุน้ำแข็งไว้เต็มอัตราศึก ส่วนน้ำดื่มใส่ขวดมีบริการแบบไม่ต้องกังวล
กระติกน้ำแบบบ้านๆเข้ากับบรรยากาศทุ่งนา กลายเป็น ‘เสน่ห์’ ที่ช่วยลดต้นทุนไปในตัว
บ้านไม้หลังคาธรรมชาติ ล้อมรอบด้วยนาขั้นบันใด ทำให้นึกถึงสมัยไปออกค่ายอาสาฯที่จังหวัดน่านเลยครับ
แต่ห่างจากทุ่งนาไม่กี่ก้าว ก็เป็นบ้านพักริมทะเล มีเก้าอี้กลางลานหญ้าให้นั่งรับลมชมวิว

“ภาคเหนืออยู่ใกล้ทะเลขนาดนี้เลยหรือ?”

เบเกอรี่คือจุดขายอีกหนึ่งอย่างของที่นี่ครับ
และเมื่อมีของดี ก็ต้องโชว์กันหน่อย
การเพิ่ม afternoon tea (แบบฟรีๆ) ให้ลูกค้าเดินออกจากบ้านมาจิบชาทานขนม ในช่วงบ่ายแก่ๆ ก่อนไปเดินเล่นต่อที่ริมทะล
ทำให้การมาพักผ่อนครั้งนี้ แทบจะไม่ต้องออกไปไหน
ยกเว้นมื้อค่ำเพียงอย่างเดียว

อย่างที่รู้กันครับ เมืองไทยของเรามีของอร่อยเยอะ แต่ละถิ่นจะมีของกินขึ้นชื่อเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง
หากไปเที่ยวย่านนั้นแล้วไม่ได้แวะชิม ก็เหมือนไปไม่ถึง
มาปราณบุุรีครั้งนี้ก็เหมือนกัน ผมรู้มาว่ามีร้านอาหารสูตรพื้นบ้านให้ต้องชิม
จำเมนูขึ้นใจตั้งแต่ออกจากรุงเทพ ‘แกงส้มปลาเก๋าใส่ใบกระเพรา’ ส่วนเมนูอื่น เสียงลือเสียงเล่าอ้าง ก็บอกว่าอร่อยเหมือนกัน
และคืนวันนั้น ผมก็ตามไปพิสูจน์ความอร่อย
“อร่อยจริงๆครับ ไม่เสียเที่ยวที่แวะมา”
เสียอย่างเดียว ยุงเยอะไปหน่อย
อ้อ! ร้านชื่อ ‘จิ๋มแดง’ ครับ
ชื่อนี้มีที่มาครับ ส่วนจะมาจากไหน ต้องไปลองถามที่ร้านเอาเอง

จากที่เคยไปเที่ยวมาหลายแห่ง ส่วนใหญ่ผมออกไปทานมื้อค่ำข้างนอกเป็นประจำ
แขกคนอื่นก็เป็นแบบเดียวกันครับ พอห้าหกโมงเย็น ลานจอดรถจะโล่งกว่าช่วงกลางวัน บางทีแขกห้องข้างๆก็ไปเจอกันที่ร้านอาหารเดียวกันอีก
“อะไรจะรสนิยมเดียวกันขนาดนั้น”

แบบนี้น่าจะมีบริการเสริมนะครับ
สำหรับรีสอร์ทที่ไม่เก่งเรื่องอาหารการกิน แทนที่จะต้องเสียตังค์จ้างกุ๊ก เสียตังค์ซื้อผักซื้อหมูมาแล้วแต่ต้องทิ้ง เพราะลูกค้าออกไปทานข้างนอก
ก็เปลี่ยนเป็น ‘ตัวกลางความอร่อย’ เริ่มจากทำการสำรวจของขึ้นชื่อในรัศมีใกล้เคียง มาทำเป็นโพยรายการอาหาร
จากนั้นก็รอออร์เดอร์จากแขกที่เข้าพัก แล้วสั่งให้ร้านนำอาหารมาส่ง

เป็นการ outsource งานครัว ไปให้ผู้เชี่ยวชาญ
ส่วนรีสอร์ทก็ทำเฉพาะบริการห้องอาหาร ซึ่งเป็นงานถนัดของตนเอง
ถ้าไอเดียนี้เกิดจริง บนโต๊ะอาหารมื้อค่ำ ก็จะมีแต่ของอร่อยๆ ‘ต้มยำจากร้านนี้ ผัดฉ่าจากร้านนั้น ปูนึ่งสูตรเด็ดจากร้านโน้น หมึกไข่นึ่งมะนาวจากร้านนู้น’

จาก รีสอร์ทสวย ก็มีจุดขายเพิ่ม กลายเป็น รีสอร์ทสวยและอร่อย
กลยุทธ์ ใช้จุดแข็งของคนอื่น มาเสริมจุดแข็งของตนเอง
น่าลองทำนะครับ!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s