ซอร์ซี่ ไม่สีซอ

Photobucket
เวลาเจอข่าวหน้าหนึ่งเรื่องคนใบ้หวยแม่นๆ เพื่อนที่แอนตี้การเล่นพนันมักค่อนขอดว่า “ถ้าใบ้หวยเก่งจริง ทำไมไม่ซื้อเองแล้วหละ จะได้รวยๆ”
“อ๋อ เขาอยากแบ่งคนอื่นรวยน่ะ” ผมตอบแบบแซวขำๆ แต่เพื่อนไม่ยักกะขำเลยครับ
อันที่จริงผมก็ไม่รู้เหตุผลลึกๆของเรื่องนี้หรอก เพราะไม่มีความถนัดเอาเสียเลย ตั้งแต่จำความได้ก็เคยอุดหนุนสลากกินแบ่งรัฐบาล ไม่กี่ครั้ง และสรุปได้ว่าน่าจะเปลี่ยนชื่อหน่วยงานนี้เสียใหม่ เป็น ‘สำนักงานสลากกินไม่แบ่ง’
เพราะกินผมเรียบทุกครั้ง ไม่เคยแบ่งให้เลยสักงวด แม้แต่เศษเล็กเศษน้อย อย่างเลขท้ายสองตัว

คำถามเรื่องหวยไม่ค่อยถนัด แต่ถ้าเป็นคำถามแนวค้าขาย ที่มีลักษณะคล้ายๆกัน อย่างเช่น “ถ้าทำแล้วได้กำไรเยอะจริง จะให้สิทธิคนอื่นไปเปิดร้านทำไม สู้ทำเองได้กำไรเองไม่ดีกว่าหรือ”
อันนี้พอตอบได้บ้างครับ
อะแฮ่ม! ขอกระแอมก่อน เพราะเรื่องมันยาว

การทำธุรกิจ ถูกมองว่าเป็นการแสวงหากำไร แต่หากใครคอยาว ข้ามไปมองดูอีกด้านหนึ่ง จะพบว่า มันคือการแก้ปัญหาให้ลูกค้า
เป็นเหรียญสองด้าน ที่ส่วนใหญ่มักมองเห็นเพียงด้านเดียว ส่วนอีกด้านหนึ่งนั้น ถูกซ่อนไว้คล้ายเล่นซ่อนหา ที่ต้องใช้ตัวช่วยจึงจะมองเห็น เช่นทำวิจัยความต้องการของคนช้อปปิ้ง
ใครแก้ปัญหาได้ดีกว่า ก็ได้ ‘เงิน’ จากลูกค้าเป็นรางวัล

บางร้านแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ดีมาก จนชื่อเสียงขจรขจาย คนอยู่ไกลยังอุตสาห์เดินทางมาอุดหนุน และแม้จะขยายร้านให้ใหญ่โตก็ไม่เพียงพอ แบบนี้ใครเป็นเจ้าของร้าน ก็อยากเปิดสาขาเพิ่มใช่ไหมครับ?
ป้ายร้านทำนอง “ก๋วยเตี๋ยวเป็ดพะโล้เจ้าเก่าบางรัก สาขาบางเขน” จึงเกิดขึ้น

แต่เมื่อนักชิมจากบางกะปิ และนักเปิบ(ไม่พิศดาร)จากบางปลาม้า ต่างติดใจในความอร่อย ก็อยากให้เฮียฯไปเปิดสาขาใกล้ๆบ้าน
“ไม่ไหวหรอก ร้านที่อั๊วะมีอยู่ ก็ทำแทบไมไหวแล้ว” เฮียปฏิเสธไปทั้งที่เสียดาย

ความคิดเริ่มต้นประมาณนี้แหละครับ ที่ทำให้เกิดการให้สิทธิ์คนอื่นไปทำแทน
โดยมีชื่อร้าน ป้ายร้าน หรือสัญลักษณ์อย่างหนึ่งอย่างใดบ่งบอกว่า “เจ๋งเหมือนกัน” แม้จะอยู่ต่างทำเล
ผู้คิดค้นต้นตำรับ เราเรียกว่า แฟรนไชซอร์ (Franchisor)
ส่วนผู้ได้รับสิทธิ์ไปเปิดสาขา เรียกกันว่า แฟรนไชซี่ (Franchisee)

แต่…ลำพังทำอาหารอร่อยและมีชื่อร้าน ก็ใช่ว่าจะขายแฟรนไชส์ได้นะครับ
อย่างน้อยๆ ต้นตำรับต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า ‘ดีจริง’ ไม่ใช่อิงกระแส
อย่างน้อยๆ ต้องมี ‘ระบบ’ ในการทำงาน ไม่อย่างนั้นจะถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้อย่างไร
อย่างน้อยๆ ต้องมั่นใจว่า ถ้ามีสาขาเยอะ แล้วจะสนับสนุนไหว
และอีกหลายๆอย่าง ที่จะทำให้ร้านสาขาเติบโตไปได้ด้วยกัน

ความสำเร็จของธุรกิจแฟรนไชส์ จึงอยู่ที่การแบ่งงานกันทำ และทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด
คนหนึ่งดูภาพใหญ่ ใส่ใจเรื่องกลยุทธ์
อีกคนหนึ่ง ดูภาพใกล้ ใส่ใจลูกค้า แก้ปัญหาตรงหน้าที่เกิดขึ้น
การร่วมมือกันจะทำให้ร้านมี ‘เงินกำไร’ เพิ่มขึ้น และนั่นหมายถึง เงินส่วนแบ่งเพิ่มขึ้น แม้เปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งจะเท่าเดิม
เป็นแนวทางปรองดองที่ควรเลือก แทนที่จะโบ้ยว่าเป็นหน้าที่ของอีกฝ่าย
‘ซอร์’ กับ ‘ซี่’ จึงเหมือนขาสองข้างที่ต้องรู้บทบาทของตัวเอง เข้าใจซึ่งกันและกัน ควรช่วยเหลืออีกฝ่าย เพื่อให้ ‘ก้าว’ อย่างสัมพันธ์กัน

หากคนซื้อแฟรนไชส์คิดว่า “คุณคิดกลยุทธ์การตลาดไม่ดี สินค้าก็ไม่เจ๋ง ผมนะ! ขายเต็มที่แล้ว”
และหากเจ้าของแฟรนไชส์ คิดว่า “คุณสั่งของไม่เป็น ดูสิ! ปล่อยให้ของบางอย่างหมดได้อย่างไร”
ถ้า ‘ซอร์’ กับ ‘ซี่’ มัวจับผิด คิดโทษอีกฝ่าย จนกลายเป็นความขัดแย้ง ถึงตอนนั้นความสัมพันธ์ของ ‘ซอร์ซี่’ จะกลายเป็น ‘สีซอ’ ที่ไม่รู้ว่าจะมีใครฟังหรือใครเปล่า?

ภาพจาก http://toothpastefordinner.com/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s