แฟรนไชส์มีสี่ขา

น่าแปลกใจไหมครับว่าสิ่งที่อยู่รอบกายใกล้ตัวเรา ส่วนใหญ่ทำไมมี 4 ขา ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของเครื่องใช้ อย่างโต๊ะ เก้าอี้ รถยนต์ ไปจนถึงสิ่งมีชีวิต อย่างหมา แมว จิ้งจก และแมลงสาบ
“เฮ้ย แมลงสาบมันมีสี่ขาที่ไหนเล่า”
“ที่บ้านผมครับ เพราะเป็นแมลงสาบพิการที่ผ่านศึกมาแล้ว แหะๆ”
ผมว่านี่เป็น ‘จำนวนขา’ ที่น้อยที่สุด ที่ทำให้ ‘สิ่งนั้น’ มีความมั่นคง ไม่ว่าจะเคลื่อนที่หรืออยู่นิ่งๆ

แฟรนไชส์ก็เหมือนกันครับ จะด้วยความตั้งใจหรือบังเอิญก็ไม่รู้ นับไปนับมา ได้สี่ขาเหมือนกัน
ขาแรก คือ เครื่องหมายการค้า
อันนี้เห็นเป็นรูปธรรมที่สุด มองปุ๊บเห็นปั๊บไม่สลับซับซ้อน แต่ในที่นี้ไม่ใช่เฉพาะโลโก้ที่ติดหน้าร้านเท่านั้นนะ เครื่องหมายการค้ายังหมายรวมถึง สีสันที่ตกแต่งร้าน อย่างเช่น แฟรนไชส์บางแห่ง แค่เห็นแถบ 3 สีก็รู้แล้วว่าคือร้านใด, รูปแบบร้าน ก็เป็นเครื่องหมายการค้าได้เช่นกัน เอกลักษณ์เฉพาะตัวของหลังคาอาคารแบบไทยทรงแหลมๆก็ทำให้ลูกค้ารู้ได้ว่าเป็นร้านกาแฟยี่ห้อหนึ่ง
ดังนั้น เมื่อซื้อแฟรนไชส์แล้ว คนซื้อก็ต้องได้รับสิทธิ์ใช้โลโก้ สีตกแต่งร้าน และรูปแบบร้านเดียวกัน ไม่มีสองมาตรฐานเด็ดขาด

ขาที่สอง คือ คนขายต้องถ่ายทอดวิทยายุทธ์ให้คนซื้อ จนฝีมือใกล้เคียงกัน
อันนี้เริ่มยากขึ้นมาหน่อยครับ เพราะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เผลอๆอาจต้องเอาตัวเข้าแลก
“ถึงขั้นต้องขึ้นโรงแรมด้วยกันเลยหรือ”
ไม่ขนาดนั้นครับ ที่ว่าเอาตัวเข้าแลกก็เพราะกว่าจะรู้ว่าผู้ขายได้ถ่ายทอดเทคนิคหมดหรือไม่ ก็ตอนซื้อแฟรนไชส์ไปแล้ว เสียทั้งเงินเสียทั้งเวลา
หลายคนที่ซื้อแฟรนไชส์ก็หวังข้อนี้แหละ ดังนั้น ต้องดูให้รอบคอบครับ
การระบุในสัญญาก็เป็นวิธีการที่ช่วยสร้างความมั่นใจได้ระดับหนึ่ง (เอ…แล้วมันมีกี่ระดับหละ) ว่ามีการสอนวิธีทำธุรกิจให้
แต่ถ้าผู้ซื้ออยากได้ความมั่นใจมากกว่านี้ ต้องดู ขาที่สี่ ประกอบด้วย

ขาที่สาม คือ มีกฎกติกามารยาท ที่เข้มงวด
ฟังแล้วเหมือนจะไม่เป็นผลดีกับผู้ซื้อ แต่ความจริงกลับตรงกันข้ามครับ
เพราะแฟรนไชส์เป็นธุรกิจเครือข่าย มาจากหลายพ่อพันแม่ หากไม่มีข้อบังคับที่เข้มข้น อาจทำให้ภาพลักษณ์เสียหายได้ กฎระเบียบที่หละหลอมอาจทำให้ปลาตายตัวเดียวเหม็นกันทั้งข้อง
‘กฎ’ จึงมีความสำคัญมาก ที่จะทำให้ธุรกิจแข็งแรงในระยะยาว
อ้อ! แต่ต้องเป็น ‘กฎ’ ที่เน้นให้ธุรกิจก้าวหน้านะครับ
ไม่ใช่ออกกฎเพื่อจับผิดและคิดค่าปรับ แบบนั้นจะเรียกว่า ‘กด’ เสียมากกว่า
แฟรนไชส์ที่มีกฎกติกาอย่างสร้างสรรค์ จะทำให้ธุรกิจลื่นไหลและเติบโตได้ต่อเนื่อง

ที่สำคัญ กฎกติกาที่เข้มงวดนี้ต้องเอาไปใช้จริงๆด้วย ไม่ใช่เพียงแค่ระบุในข้อตกลง แต่ผู้ขายต้องมีทีมงานตรวจเช็ค ออกตรวจสอบร้านต่างๆ และต้องไปแบบเงียบๆไม่ให้รู้ล่วงหน้า อย่าเลียนแบบเจ้าหน้าที่จับขโมย ที่มักเปิดหว๋อเสียงดังเตือนก่อนไปถึง
ดังนั้น ขาที่สามต้องเดินได้จริงๆ ไม่ใช่มีเพื่อให้ครบขาเท่านั้น

ขาที่สี่ คือ จ่ายค่าตอบแทน
ของฟรีไม่มีในโลกธุรกิจครับ ถ้าจะมีก็แค่ฟรีชั่วคราวแล้วไปเอาคืนครั้งหน้า หรือฟรีส่วนนี้ไปเอากำไรส่วนนั้น
ผมไม่ได้ชวนมองโลกในแง่ร้ายหรอกนะครับ แต่ความเป็นจริงคือการทำธุรกิจมันมีต้นทุน เมื่อมีต้นทุนก็ต้องมีคนจ่าย ก็เท่านั้นเอง
การขายแฟรนไชส์ก็คือ ขายสูตรลัดทำธุรกิจที่คิดมาแล้วว่าเสี่ยงต่ำ
ผมใช้คำว่า ‘เสี่ยงต่ำ’ เพราะไม่มีธุรกิจใดการันตีกำไรแน่นอน แต่ขึ้นอยู่กับผู้ซื้อว่าตั้งใจทำจริงจังแค่ไหน และผู้ขายตั้งใจช่วยไปจนตลอดรอดฝั่งหรือเปล่า
จะเห็นว่า นอกจากจ่ายเงิน(ก้อนแรก)เพื่อให้ได้สูตรลัดแล้ว ยังต้องมีการจ่ายเงินเพื่อให้ผู้ขายอยู่เคียงข้างกันไปตลอด(สัญญา)ด้วย

ถ้าจ่ายก้อนเดียวแล้วจบกันเลย มันก็น่าคิดนะครับ “อืม…แล้วถ้ามีปัญหาหลังจากนี้หละ จะมาช่วยจริงหรือ?”
หรือในกรณีที่ไม่ต้องจ่ายก้อนแรกเลยสักบาท อันนี้อาจถึงขั้นเอาเท้าก่ายหน้าผากทีเดียว
มันอาจแปลว่า ฟรีแรกเข้า แล้วไปเอากำไรครั้งต่อไป ซึ่งจะคล้ายพฤติกรรมนักการเมืองไทยบางคน
หรือมันอาจแปลว่า แฟรนไชส์นี้ไม่มี ‘know how’
มีแต่ ‘no how’

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s