รู้แล้ว ทำอย่างไรต่อ?

ถ้าเปรียบ ‘ข้อมูล’ เป็น ‘หญิงสาว’
คงไม่มียุคไหนสมัยใด สังคมจะเต็มไปด้วย ‘บีกินี่’ เยอะขนาดนี้
เพราะทุกคนแย่งกันเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว แบบไม่มีกั๊ก
หนักกว่านั้น บางท่านให้เราได้ follow ว่า “กินข้าวแล้ว เดี๋ยวไปช้อปปิ้งต่อ วันนี้นายไม่อยู่ ขออู้งานนานหน่อย” “เหนื่อยมาก เพิ่งกลับถึงบ้าน ขอไปอาบน้ำก่อน”
โอ้โฮ! นี่มันอล่างฉ่าง แบบไม่มีบอดี้เพ้นท์ หรือพลาสเตอร์แปะ แต่อย่างใด

แบบนี้คนจะหนีเมียไปเที่ยวก็ลำบากสิครับ
เว้นแต่ว่าจะสวมวิญญาณนาธาน อะจึ๊ย พาดพิงเขาเสียนี่

ตื่นนอนขึ้นมา แค่ลืมตาก็เจอข้อมูลเยอะแยะ
เอ้อ! ข้อมูลในความฝัน ที่ผันเป็นตัวเลขสองสามหลัก ไม่อยู่ในข่ายนี้นะครับ
อยากรู้อะไรแค่ใช้นิ้วสัมผัส ทัชไอโฟนไม่กี่ครั้ง ก็ได้คำตอบ

แต่ข้อมูลที่มีเยอะ ก็สร้างความยากลำบากในการใช้ชีวิตได้เหมือนกัน
ความลำบาก เปลี่ยนจากเรื่อง “มันหายาก มันหาไม่เจอ มันไม่มี มันมีแต่ต้องซื้อ”
มาเป็นเรื่อง “มันเยอะมาก ไม่รู้ว่าจะเชื่ออันไหนดี” หรือบางทีข้อมูลที่เหมือนกันหลายๆเวบ ก็ไม่ได้แปลว่า ‘ถูก’
อาจจะผิดทั้งก๊วนก็ได้ เพราะลอกกันไป ก็อปปี้กันมา หาต้นตอไม่เจอ

หากเชื่อสำนวนฝรั่งที่ว่า garbage in garbage out
เราก็ต้องเสียเวลา ‘กรอง’ ในสิ่งที่เห็นกันนานหน่อย
นอกจากนี้ยังต้องนำข้อมูลย่อยๆ(ของแต่ละคน แต่ละความคิดเห็น) มาปั้นเป็นก้อนความรู้
ที่ภาษาวิชาการเรียกว่า สังเคราะห์

เห็นไหมครับ กว่าจะทานได้ เหนื่อยกว่าเข้าครัวเสียอีก
ดังนั้น คนที่ถนัดทานอาหาร(ความรู้)สำเร็จรูป จึงต้องระวังให้ดี อาจเจออาหารเป็นพิษ
ผมว่าอีกไม่นานคงมีคนหัวใส เปิดหลักสูตรการใช้ชีวิตในโลกออนไลน์ หรือไม่ก็สอนวิธีการหาความรู้ในยุคข้อมูลท่วมโลก
เรื่องเหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้นะครับ ขนาด twitter, facebook ยังมีคนเขียนเป็นตำราออกมาวางขายได้เลย

แต่ภารกิจ ไม่ได้จบอยู่ที่ “รู้” เท่านั้น
ความสำคัญอยู่ตรง ‘รู้แล้วทำอย่างไรต่อ’ ต่างหาก
สำหรับคนทำมาค้าขาย เมื่อ ‘รู้’ แล้ว มันต้องเอาสิ่งที่รู้ มาแปรเป็นเงิน
นี่แหละครับ เรื่องยากเลย โดยเฉพาะคนที่ถนัดยืนอยู่หลังโพเดียม (อ้าว! หาเรื่องอีกแล้ว)

หากยังคิดอะไรใหม่ๆไม่ออก ก็เอาแค่ เมื่อรู้แล้วว่าลูกค้าไม่พอใจตรงไหน ก็เลิกส่วนนั้นเสีย
ประเภท…ซื้อครบแล้วได้แสตมป์ ก็ไม่ต้องรอให้ลูกค้าทวง
…บอกว่าเติมน้ำมันเต็มถัง ก็ไม่ต้องอัดเพื่อให้ยอดเงินลงตัว
…พริกน้ำปลาในร้านก๋วยเตี๋ยว มีฝาปิดหน่อยก็ดีนะครับ
…ศูนย์อนุรักษ์แมวไทย ก็ไม่ควรมาอยู่ในร้านขายข้าวแกง เดี๋ยวขนน้องแมวจะปลิวเข้าปากลูกค้า
…น้ำมันทอดปลาท่องโก๋ ไม่ต้องใช้จนสีใกล้เคียง น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซด์
…”สินค้า 3 ชิ้นนี้ไม่ร่วมรายการคะ” ถ้าอย่างนั้น เอาป้ายลดทั้งห้างออกก่อนดีไหม แล้วค่อยบอกว่าลดเฉพาะซุ้มไหน แบรนด์ใด รุ่นอะไร
…เน็ตไฮสปีด ที่พี่โฆษณาว่าไวปรู้ดปร้าด มันอืดอาดไม่สมราคาคุย ผมจะทำอย่างไรดี
…ตู้เอทีเอ็ม รุ่นพิเศษ หน้าจอสีแดงพร้อมตัวหนังสือ Out of Service ยกกลับไปซ่อมก่อนดีไหม อุตส่าห์เดินมาตั้งไกล วัยรุ่นเซ็ง!

ถ้าลดเสียงบ่นได้ รับรองยอดขายเพิ่มแน่ๆ
แต่ถ้าต่อยอดได้ และโดนใจลูกค้า ก็ถือว่าเยี่ยม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s